ข้ามไปยังเนื้อหา

ขณะนี้เว็บไซต์อยู่ในช่วง Soft Launch ข้อมูลบางส่วนอาจยังไม่สมบูรณ์หรือมีการเปลี่ยนแปลงได้

เรียนรู้เพื่อต่อยอด

ดูคอร์สทั้งหมด

เรียนรู้ล้านชั่วโมง

เรียนไปแล้ว

0 ชั่วโมง

อาชีพ
0 ชั่วโมง
ไอที
0 ชั่วโมง
ภาษา
0 ชั่วโมง
เริ่มต้นเรียน

Bangkok Learning City กรุงเทพฯ เมืองแห่งโอกาสเพื่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน

Bangkok Learning City กรุงเทพฯ เมืองแห่งโอกาสเพื่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน

BKK Active จองสนามกีฬา สระว่ายน้ำฟิตเนส
และกิจกรรมนันทนาการ

BKK Active จองสนามกีฬา สระว่ายน้ำฟิตเนส
และกิจกรรมนันทนาการ

Bangkok Learning City

กรุงเทพฯ เมืองที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ค้นหากิจกรรม แหล่งเรียนรู้ และโครงการหลากหลาย จากทั่วกรุงเทพฯ เพื่อพัฒนาทักษะ เติมแรงบันดาลใจ และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน

เมืองที่เรียนรู้ได้ทุกช่วงวัย

  • เด็กอ่อน

    เมืองที่สร้างรากฐาน
    การดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิด

    อ่านรายละเอียด
  • เด็กเล็ก

    เรียนรู้ผ่านการเล่น
    เสริมพัฒนาการรอบด้าน

  • วัยเรียน

    เปิดโลกการเรียนรู้
    พัฒนาทักษะอนาคต

  • วัยทำงาน

    เพิ่มทักษะใหม่ พร้อมปรับตัว
    ทุกการเปลี่ยนแปลง

  • สูงอายุ

    เรียนรู้อย่างมีคุณค่า
    ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

กิจกรรมและ
โครงการที่น่าสนใจ

มีอะไรดี ๆ
เกิดขึ้นแล้วบ้าง?

สิ่งที่กทม.ได้เริ่มทำแล้ว เพื่อขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้

สนับสนุนการ
เรียนรู้ตลอดชีวิต
พัฒนาหลักสูตรฝึกอาชีพให้ทันสมัย ส่งต่อตลาดแรงงาน พัฒนาโครงการ Next Learn เพื่อ upskill-reskill คนกรุงเทพฯ พัฒนาแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนทั่วกรุงเทพฯ ปรับปรุงกายภาพ และพัฒนาบ้านหนังสือให้ได้มาตรฐาน เป็นพื้นที่เรียนรู้เส้นเลือดฝอยในชุมชน เพิ่มฟังก์ชันพื้นที่เรียนรู้ให้ห้องสมุดเป็น Co-working Space สำหรับเรียนรู้ และทำงาน Work from Anywhere 25 แห่ง ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย จัดเทศกาลการอ่านและการเรียนรู้ (เดือนมีนาคม) ส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับทุกคนในครอบครัว
ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อน 'ย่านหนังสือ' ในพื้นที่พระนคร ส่งเสริมร้านหนังสืออิสระ และวัฒนธรรมการอ่าน
พัฒนาโครงการ 'Learn and Earn' เพิ่มทางเลือกการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นสำหรับเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา ด้วยการฝึกอาชีพ และเทียบโอนวุฒิการศึกษา
ส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่โรงเรียนผู้สูงอายุ และชมรมผู้สูงอายุทั่วกรุงเทพฯ มากกว่า 400 แห่ง
พัฒนาคุณภาพ
การศึกษา
ปรับโครงสร้างการจัดการเรียนการสอน จากการวัด 'ความรู้' เป็นการวัด 'สมรรถนะ
หลักสูตรโรงเรียนเน้นทักษะแห่งอนาคต เพิ่ม STEAM Process และ Sustainable City Curriculum
ใช้ AI ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ นักเรียน ป.4-6
เพิ่มจำนวนโรงเรียน 2 ภาษา
พัฒนาครูวิชาภาษาอังกฤษ
โรงเรียนจัดกิจกรรมเปิดชั้นเรียนสาธารณะ (Public Open Class) เพื่อให้ครูต่างโรงเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน (SLC model)
โครงการ BMA Future School พัฒนาสมรรถนะผู้บริหารโรงเรียนสังกัด กทม.ทุกโรงเรียน
ปรับปรุงห้องแล็บคอมพิวเตอร์ในรอบ 10 ปี ทุกโรงเรียนมีห้องคอมฯใหม่ อย่างน้อย 1 ห้อง งบประมาณ 776 ล้านบาท เพิ่มจุดกระจายสัญญาณ ​Wi-Fi ในโรงเรียน ครอบคลุมทุกโรงเรียน Digital Classroom เด็กทุกคนมี Laptop แบบ 1:1 งบประมาณ 481 ล้านบาท
ปรับปรุงกายภาพโรงเรียน งบประมาณมากกว่า 1,300 ล้านบาท
จัดการศึกษาพิเศษ
ร่วมกับการศึกษาพิเศษส่วนกลาง จัดการศึกษาให้กับเด็กพิการเพิ่มเติมในพื้นที่โรงเรียน กทม.
โรงเรียน
เป็นพื้นที่ปลอดภัย
สนับสนุนชุดนักเรียน อุปกรณ์ อาหาร ประกันอุบัติเหตุ ตรวจสุขภาพ ผ้าอนามัยฟรี ให้กับนักเรียนทุกคน
ไม่บังคับทรงผม ไม่บังคับใส่ชุดลูกเสือ และใส่ไปรเวท 1 วันต่อสัปดาห์
มีนโยบายส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กในโรงเรียน
เพิ่มการมีส่วนร่วมของนักเรียน ตั้งคณะกรรมการนักเรียน และสภานักเรียนเป็นครั้งแรก
กิจกรรม After School ส่งเสริมพื้นที่ปลอดภัยหลังเลิกเรียน ลดภาระผู้ปกครอง 387 โรงเรียน กิจกรรม โรงเรียนวันเสาร์ (Saturday School) ส่งเสริมการเรียนรู้นอกเวลาตามความสนใจ 50 โรงเรียน ลดภาระเอกสารของครู กทม.จ้างเจ้าหน้าที่ธุรการเพิ่มใน 371 โรงเรียน ลดภาระครู โดยนำระบบดิจิทัลมาใช้ ลดความซ้ำซ้อนของเอกสาร ลดเอกสารได้เกิน 45%
ลดภาระการเข้าเวรกลางคืนของครู โดยการจ้าง รปภ.เวรกลางคืนเพิ่มทุกโรงเรียน
เพิ่มสวัสดิการครู เช่น บ้านพักครู ปรับแนวทางการเลื่อนวิทยฐานะครูให้ทันสมัยขึ้น ปรับแนวทางการสรรหาครู และกระบวนการคัดเลือกครูใหม่
โครงการ 'ก่อการครู กทม.' เพื่อให้ครูได้กลับมาเรียนรู้ภายใน และดูแลตัวเอง
ส่งเสริมจิตวิทยาเชิงบวก ช่วยกันดูแลเด็กทั้งที่บ้านและโรงเรียน
ใช้กลไกเชิงรุกดูแลเด็กนอกระบบ เด็กเสี่ยงออกนอกระบบการศึกษา เด็กออกนอกระบบลดลง 42,583 คน
ยกระดับ
การดูแลเด็กเล็ก
โครงการ Bookstart แจกหนังสือนิทาน 3 เล่ม ให้เด็กแรกเกิด 15,000 ชุด
ทดลองรับดูแลเด็กอ่อนเร็วขึ้น ตั้งแต่อายุ 3 เดือน
นำร่องต้นแบบ 'บ้านย่ายาย' รับเลี้ยงเด็กอ่อนในชุมชน โดยผู้สูงอายุ และอาสาสมัครสาธารณสุข
โรงเรียนสังกัดกทม.รับเด็กอนุบาลเร็วขึ้นตั้งแต่ 3 ขวบ 312 โรงเรียน
ริเริ่มโรงเรียนอนุบาลต้นแบบ 7 โรงเรียน ก้าวสู่อนุบาลระดับโลก พัฒนาหลักสูตรระดับอนุบาลเป็น Play-based learning ไม่เร่งอ่านเขียน 429 โรงเรียน ประเมินผลพัฒนาการตามวัยของเด็กเล็กด้วย DSPM ไม่ใช่การสอบ 429 โรงเรียน
ริเริ่มกิจกรรม 'ห้องเรียนพ่อแม่' สานสัมพันธ์เด็ก-ผู้ปกครอง-ครู ระดับอนุบาล 100 โรงเรียน
ร่างข้อบัญญัติศูนย์เด็กเล็กชุมชนใหม่ ขยายขอบเขตการดูแลเด็กเล็ก ครอบคลุมมากขึ้น
ศูนย์เด็กเล็กชุมชนต้นแบบ เน้นด้าน EF, High Scope, การเล่นอิสระ และการอ่าน 37 ศูนย์
อบรมเพิ่มทักษะครู และอาสาพี่เลี้ยงเด็ก
จัดทำแผนการสอนกลางสำหรับศูนย์เด็กเล็กเป็นครั้งแรก ใช้ด้วยกัน 259 ศูนย์
ปรับเงินเดือนอาสาพี่เลี้ยงเด็กที่ศูนย์เด็กเล็กครั้งแรกในรอบ 12 ปี
เพิ่มงบประมาณสนับสนุนรายหัว ค่าอาหาร นม และอุปกรณ์การเรียนให้ศูนย์เด็กเล็ก จาก 21 เป็น 32 บาท
ปรับปรุงกายภาพศูนย์เด็กเล็กให้ได้มาตรฐาน โดย กทม. และหน่วยงานภาคเอกชน 131 ศูนย์ ปรับปรุง 'ห้องเรียนปลอดฝุ่น' ระดับชั้นอนุบาลของ 429 โรงเรียน และในศูนย์เด็กเล็ก 150 ศูนย์ โดยร่วมกับกองทุน สปสช. ทุกโรงเรียน